Sumter Radio |
วิทยุพระพุทธศาสนาวัดพืชโสภาราม |
Thaiput Radio |






![]() | วันนี้ | 39 |
![]() | วานนี้ | 171 |
![]() | สัปดาห์นี้ | 648 |
![]() | สัปดาห์ที่แล้ว | 1014 |
![]() | เดือนนี้ | 1190 |
![]() | เดือนที่แล้ว | 4027 |
![]() | ทั้งหมด | 75464 |
บทความธรรมะ
จากบ้านนอก..สู่เมืองนอก
สมัยเป็นเด็กอยู่ตามบ้านนอก ไม่เคยคิดว่าจะได้อาศัยร่มผ้ากาสาวพัตร์ แต่คงด้วยบุญบารมีเคยสั่งสมมาในอดีตชาติกระมัง จึงได้บวชในพระพุทธศาสนา เมื่อจบประถมศึกษาปีที่ 6 ได้มีพระอาจารย์ท่านหนึ่ง ผู้มีนามว่า พระอาจารย์จันลา รวิวณฺโณ ซึ่งท่านทำงานด้านเผยแผ่ธรรมะสู่ชาวบ้าน หรือที่เรียกว่า “ธรรมสัญจร” ด้วยความทุ่มเทกำลังกาย กำลังใจ กำลังสติปัญญา ปฏิปทาของท่านงดงาม ทรงศีล ทำให้ชาวบ้านศรัทธาในตัวท่านมาก และท่านก็ทำงานร่วมกับทางราชการในโครงการ “แผ่นดินธรรม แผ่นดินทอง” ได้สัญจรมาสู่หมู่บ้าน แสดงธรรมให้คนเข้าใจในการละชั่ว สร้างความดี และสอนวิธีการเจริญกรรมฐาน คือการเดินจงกรม การนั่งสมาธิ ตอนนั้นยังเด็ก อาจารย์แนะนำอย่างไร ก็ทำอย่างนั้น ย่างเข้าสู่เดือนเมษายน อาจารย์ก็ชักชวนให้บวชสามเณรภาคฤดูร้อน พอดีเพื่อนฝูงหลายคน ก็สนใจการบวชในครั้งนั้น อาจจะเพราะมีเพื่อนบวชด้วย จึงตัดสินใจสู่ร่มกาสาวพัตร์ ใช้ชีวิตใต้ร่มธรรมเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน
เมื่อก้าวสู่การบรรพชาเป็นสามเณรภาคฤดูร้อน ก็ต้องเรียนรู้ธรรมะ และเน้นในด้านปฏิบัติกรรมฐานเป็นส่วนใหญ่ จากเด็กหลายๆหมู่บ้านมาบวชรวมกัน และต้องอยู่ร่วมกัน ก็ต้องทำใจ แต่ข้อดีคือได้รู้จักเพื่อนต่างบ้าน ต่อจากนั้นเดินธุดงค์ไปตามหมู่บ้านต่างๆแบกกลดสะพายบาตร ค่ำที่ไหน ก็นอนที่นั้น ส่วนใหญ่ก็นอนตามป่า และป่าช้าท้ายวัดหรือท้ายหมู่บ้าน ด้วยวัยกำลังกินกำลังนอน ก็ต้องอดทน จากกินสามมื้อ ต้องมากินสองมื้อ ต้องปรับตัวหลายอย่าง นอน 4 ทุ่ม ตื่น ตี 4 ก็ถือว่าหนักพอสมควรสำหรับสามเณรตัวเล็กๆ แต่ก็ต้องทำ เพราะเป็นกฎระเบียบในการอยู่ร่วมกัน เพื่อความดีงาม และ เพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อยของหมู่คณะ อย่างไรก็ตาม กฎ ระเบียบ ข้อบังคับ สอนให้เราเข้มแข็ง อดทน เมื่อสิ้นเดือนเมษายน ส่วนใหญ่ก็ได้ลาสิกขาสู่เพศฆราวาสอีกครั้ง บางท่านก็เรียนต่อมัธยมศึกษา หรือบางท่านที่ยังไม่จบ ป. 6 ก็ต้องกลับไปเรียนต่อให้จบ
สามเณรน้อยคงเหลือไม่กี่รูปที่ยังสนใจบวชต่อ หนึ่งในนั้นคือผู้เขียนด้วย ด้วยกำลังศรัทธาเลื่อมใสในศาสนา จึงมุ่งท่องหนังสือสวดมนต์ เข้าพรรษาก็เรียนนักธรรมตรี ณ วัดบ้านนาสีดา อ.ชานุมาน จ.อำนาจเจริญ วัดตั้งอยู่ริมฝั่งโขง ออกพรรษาแล้ว ก็เตรียมสอบนักธรรมตรี เมื่อสอบนักธรรมตรีผ่าน อาจารย์ท่านมองการณ์ไกล เพื่อสามเณรตัวน้อยๆจะได้มีอนาคตในการศึกษา จึงไปฝากครูบาอาจารย์ไว้ที่วัดพิชโสภาราม อ.เขมราฐ จ.อุบลราชธานี ต่อจากนั้น ก็ได้เรียนนักธรรมโทและบาลี ก็อยู่ที่นี้หลายปี จนเรียนจบนักธรรมเอกและบาลี ป.ธ. 5 ต่อมามุ่งเรียนต่อที่เมืองกรุง พำนักที่วัดเจ้าอาม บางขุนนนท์ บางกอกน้อย กรุงเทพฯ เรียนจบ ป.ธ. 8 และปริญญาตรี จากมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
ต่อมาคิดอยากไปเรียนรู้สังคมเมืองนอกว่าเป็นอย่างไร จึงตัดสินใจไปอบรมพระธรรมทูตสายต่างประเทศ และได้บินสู่ฟ้ากว้าง มุ่งหน้าสู่สหรัฐอเมริกาท่ามกลางความตื่นเต้นเล็กน้อย เพราะต้องจากบ้านเกิดเมืองนอนมาไกลแสนไกล และเป็นครั้งแรกของชีวิตที่ต้องเดินทางไกล อย่างไรก็ตาม เมื่อมาถึงเมืองนอกแล้ว ก็ได้แต่ปลง เพราะไม่เหมือนกับสิ่งที่เราคิดไว้ อุตส่าห์มาสู่เมืองนอกแล้ว ยังเหมือนบ้านนอกของไทย อยู่ตามป่าตามเขา ส่วนใหญ่มีแต่ป่าสนปกคลุมไปหมด วัดที่อยู่อาศัย ตั้งอยู่ฝั่งตะวันออกของอเมริกา ซึ่งอยู่ในโซนที่มีป่าไม้อุดมสมบูรณ์มากที่สุด
ส่วนด้านภาษา ก็พูดได้นิดหน่อย ยิ่งมาเจอสำเนียงอเมริกัน การฟังยากมาก ที่พูดได้ขึ้นปากหน่อย ก็มีไม่กี่ศัพท์ เช่น Yes, No, O.K, Thank you เป็นต้น เมื่อมาอยู่ในโซนบ้านนอก หาที่เรียนก็ลำบาก ไม่มีรถเมล์ผ่าน เพราะอยู่เมืองเล็ก ญาติโยมที่มาวัดก็ไม่ค่อยคุยภาษาอังกฤษเท่าไหร่นัก เพราะมีแต่คนไทยด้วยกัน คุยแต่ภาษาอิสานเป็นส่วนใหญ่ ภาษาอังกฤษเลยไม่ก้าวหน้า มีแต่จะถอยหลัง เอ่อ..อันที่จริง ก็ขึ้นอยู่กับตัวเองมากที่สุด จะพูดเก่ง ต้องขยันพูด จะเขียนเก่ง ต้องขยันเขียน ต้องสนใจเรียนรู้ด้วยตนเอง พึ่งตนเอง ตรงกับคำในทางพุทธศาสนาว่า “อตฺตา หิ อตฺตโน นาโถ ตนแลเป็นที่พึ่งแห่งตน”
แก้ไขล่าสุด (วันพฤหัสบดีที่ 20 สิงหาคม 2009 เวลา 09:33 น.)
Copyright © 2006 - 2010 Wat Rattanavanaram, USA: วัดรัตนวนาราม สหรัฐอเมริกา
A 501 (C) (3) Nonprofit Religious Organization
2275 Thomas Sumter Highway
Sumter, SC 29153-9514 USA
Tel. 803-469-2494
All Rights Reserved.